UFABET แทงบอลสเต็ป แมตช์แห่งความตาย เพียงแค่หนึ่งวันหลังเกมนัดนั้น นักเตะของสตาร์ท ที่ทำงานอยู่ในโรงงานเบเกอรีทุกคน ก็ถูกจับโดยไม่ทราบสาเหตุโดยเจ้าหน้าที่เกสตาโป หลายฝ่ายเชื่อกันว่าสาเหตุน่าจะมาจาก การทำให้นาซีต้องเสียหน้า จากความพ่ายแพ้

นิโคไล โคโรติช กองหน้าของสตาร์ท คือ จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม เขาถูกทรมานจนตาย โดยเจ้าหน้าที่ของเกสตาโป ส่วนคนอื่นถูกส่งไปที่ ซิเรตส์ ค่ายกักกันที่ใช้คำว่าค่ายแรงงานบังหน้า ในอีกสองวันหลังการตายของโคโรติช

การไปค่าย ก็เปรียบเสมือนโทษประหาร 24 กุมภาพันธ์ 1943 หนึ่งในสามของนักโทษ ที่ซิเรตส์ ต้องถูกยิงเป้า ชะตากรรมตกมาถึง คุสเมนโก, คลิเมนโก และ ทรูเชวิช ส่วน กอนชาเรนโก และ สวิริดอฟสกี หนีรอดออกมาได้ ในขณะที่คนอื่นที่เหลือไม่ทราบชะตากรรม

หลังจากนั้น หนังสือพิมพ์ Izvestia คือ เจ้าแรกที่เรียกเกมนั้นว่า “แมตช์แห่งความตาย” นับตั้งแต่วันนั้น ผู้เล่นทั้งหมดได้รับการยกย่องในฐานะตำนาน แทงบอลออนไลน์  ปี 1964 ผู้เล่นที่รอดชีวิตได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ ในขณะบางคน ได้รับเหรียญกล้าหาญ เทียบเท่าออกไปรบในสงคราม

ปี 1971 ได้มีการสร้างอนุสาวรีย์ ที่เป็นรูปนักฟุตบอลสี่คน ไว้หน้าสนาม วาเลรี โลบานอฟสกี ดินาโม สเตเดียม เพื่อเชิดชูในความเป็นฮีโร่ของพวกเขา เรื่องราวของพวกเขา ยังได้กลายเป็นแรงบันดาลใจ จนเกิดเป็นภาพยนตร์ออกมาหลายเรื่องทั้ง Two Half Times in Hell (1962), The Longest Yard (1974) และ Escape to Victory (1981) นั่นคือสิ่งที่ชาวโซเวียตเชื่อกันมาตลอด ทว่ามันคือเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ ?

โฆษณาชวนเชื่อของโซเวียต จากการศึกษาของนักประวัติศาสตร์ พบว่า “แมตช์แห่งความตาย” เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ UFABET แทงบอลสเต็ป ของชาวโซเวียต เพื่อปลูกฝังให้เกลียดชังชาวเยอรมัน มันถูกบิดเบือนจากความจริงหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการข่มขู่จากนาซี

“ความจริงคือการแข่งขันถูกจัดขึ้นจริง แต่ไม่มีแมตช์แห่งความตายอะไรทำนองนั้นหรอก ผู้คนอยากให้พวกเขาเป็นตำนาน เหมือนกับโรบินฮูด” มารินา เชฟเชนโก นักประวัติศาสตร์ ที่ทำงานที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์กรุงเคียฟกล่าว

จากคำบอกเล่าของ กอนชาเรนโก หนึ่งในผู้รอดชีวิตในคำสัมภาษณ์เมื่อปี 1985 บอกว่าข้อเท็จจริงคือไม่มีการข่มขู่ให้ยอมแพ้จากนาซี ไม่มีเจ้าหน้าที่ ที่เต็มไปด้วยอาวุธครบมือในสนาม ไม่มีการทำร้ายผู้รักษาประตู ไม่มีการโห่ร้องต่อต้านนาซี และผู้เล่นก็ไม่ได้ถูกสังหารเนื่องจากเอาชนะตัวแทนจากเยอรมัน

ยิ่งไปกว่านั้นหลังจบเกม ทั้งสองทีมยังได้ถ่ายรูปร่วมกันบางคนมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม แม้ว่ารูปดังกล่าวจะยังถกเถียงกันว่าเกิดขึ้นก่อนเกม หรือเป็นเกมอื่นที่เกิดขึ้นหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้นก็ตาม “มันคือโฆษณาชวนเชื่อ” จอร์จี คุสมิน ที่เป็นเจ้าของหนังสือประวัติศาสตร์ยูเครนที่ชื่อว่า ‘What Did and Didn’t Happen’ ที่ตีพิมพ์ในปี 2010 กล่าว

“โซเวียตแสดงให้เห็นว่าผู้คนสามารถเสียสละชีวิตเพื่ออุดมการณ์ UFABET หวยออนไลน์ ของโซเวียต และผู้คนในเคียฟก็ชอบเรื่องนี้ มันเป็นตำนานที่ดี แต่ทุกคนควรรู้ความจริง” อย่างไรก็ดีในเรื่องเล่าก็มีบางส่วนที่เป็นเรื่องจริง เช่นเรื่องที่โดนขู่ว่าอาจจะทำให้พวกเยอรมันไม่พอใจหากเป็นฝ่ายชนะ หรือการที่นาซี ส่งคนมาบอกให้นักเตะทำท่าแสดงความเคารพแบบนาซี

UFABET แทงบอลสเต็ป

“ทุกคนบอกกับเราว่า ‘พวกนายกำลังทำอะไร? นี่มันอันตรายของจริง” กอนชาเรนโก กล่าวไว้ในประวัติศาสตร์จากคำบอกเล่าที่อัดเทปไว้โดยเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ที่น่าเศร้าคือการจบชีวิตของเหล่าผู้เล่นสตาร์ทคือเรื่องจริง แล้วอะไรที่ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นนี้ หากไม่ใช่เกมนัดนั้น

ถูกหักหลังจากเพื่อนร่วมชาติ ความจริงที่เกิดขึ้นหลังเกมนัดนั้นยังเต็มไปด้วยข้อสงสัย และบางส่วนยังคงคลุมเครือ บ้างเล่าว่านักเตะของสตาร์ทถูกจับหนึ่งวันหลังจากเกมกับทีมจากเยอรมัน แต่บางส่วนก็บอกว่า พวกเขาถูกจับในวันที่ 18 สิงหาคม หลังลงเตะกับ เอฟซี รุช อีกหนึ่งทีมของยูเครนที่พวกเขาเอาชนะไปได้ 8-0

ทฤษฎีนี้ระบุว่าชัยชนะ UFABET แทงบอลสเต็ป ที่ถล่มทลายต่อรุช ทำให้ จอร์จี เช็คซอฟ เจ้าของทีมรู้สึกโกรธ และอิจฉาในความสำเร็จของสตาร์ท จึงไปบอกเกสตาโปว่าพวกนักเตะที่โรงงานขนมเบเกอร์รีมีส่วนเกี่ยวข้องกับ NKVD หรือตำรวจลับโซเวียต (ที่ต่อมาพัฒนาเป็น KGB) ซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของนาซี

หลังเกสตาโป ทราบเรื่องจึงบุกไปถึงโรงงานเบเกอรี พร้อมกับโปสเตอร์และชื่อนักเตะของสตาร์ทสมัยเล่นให้กับ ดินาโม เคียฟ พวกเขาไล่จับอดีตนักเตะจนได้ตัวครบ และเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม

แม้ว่าท้ายที่สุดจะมีข้อสรุปออกมาว่าผู้เล่นของสตาร์ทไม่ได้ถูกสังหารเพราะเอาชนะฟลาคเอลฟ์ หลังอัยการฮัมบูร์กเข้ามาสอบสวนเรื่องนี้ก่อนจะปิดคดีไปเมื่อปี 2005 โดยระบุว่าทั้งสองเรื่องไม่ได้มีส่วนเชื่อมโยงกัน แต่การเสียชีวิตของนักเตะทีมสตาร์ทคือเรื่องจริง

นั่นทำให้พวกเขายังคงได้รับการยกย่องและสรรเสริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ ดินาโม สเตเดียม ที่เคียฟ ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นของนักเตะสตาร์ท พวกเขาคือตำนานที่ชาวยูเครนภาคภูมิใจ “ไม่มีเอกสารใดที่สามารถพิสูจน์สิ่งหล่านี้ได้” คิริลล์ บอยโก ผู้จัดการกลุ่มแฟนคลับของดินาโมกล่าว “เราคือผู้รักชาติของประเทศและทีม และเราก็เชื่อในตำนาน”