ว่ากันทีละแมตช์

สัปดาห์ของแชมเปี้ยนส์ลีกมาถึงในรอบนอคเอาต์แล้ว

สองคู่ที่จบลงไป บาร์เซโลนา-เปแอสเช และ ไลป์ซิก-ลิเวอร์พูล บอกตามตรงดูสองคู่แยกประสาทลำบาก    ผมเลยเลือกโฟกัสที่คู่ ไลป์ซิกกับลิเวอร์พูลเป็นหลัก

ส่วนคู่บาร์ซ่า-เปแอสเช ใช้ฟังเสียงบรรยายเอา….เพราะไง เนยมาร์ เจ็บไม่ได้ลง รอดูหงส์แดงว่าจะ “ฟื้นไข้” แล้วหรือยัง 5555

ยิ่งเจอ “รองจ่าฝูง” ไลป์ซิก ที่คงเส้นคงวาพอได้ยิ่งน่าดู ทีมพลังเรดบูลล์…คนหนุ่ม เล่นบอลสไตล์ใกล้เคียง คลอปป์

เพรสซิง, พาสซิง จะซ้ำวิกฤตการณ์หงส์แดงได้หรือไม่ น่าสนใจยิ่งนัก…แทกติกของไลป์ซิก ยูเลียน นาเกลส์มานน์ เคยคุมฮอฟเฟนไฮม์แพ้ลิเวอร์พูลสองนัด

ตอนนั้นเขาอายุ 30 ปีเอง…..ตอนนี้เขาเติบใหญ่ เสริมกระดูกแกร่งขึ้น การคุมไลป์ซิกแล้วเป็นทีมที่ล้มบาเยิร์น และทำให้เสือใต้ เล่นด้วยยาก…

ผมว่าไม่ธรรมดา แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ถาดบุนเดสลีกา…แต่ไลป์ซิกคือทีมพลังหนุ่มที่น่ากลัว การผ่านเข้ารอบนอคเอาต์ทั้งที่เคยโดนผีแดงสอย 5-0 แต่สุดท้ายพวกเขา

SAGAME66

กลับเขี่ยแมนฯยูฯ ไปเตะยูโรปา ลีกได้ในเกมสุดท้าย แบบนี้ถือว่าสอบผ่าน…ระดับหนึ่ง นาเกลส์มานน์ ทำไลป์ซิกสองระบบคือหลังสี่ และหลังสาม

4-2-3-1,4-1-4-1,-4-3-2-1 ดัดแปลงตามสภาพทีมและคู่แข่ง แต่โดยหลักเล่นแบ๊กโฟร์ได้ แต่ถ้าระบบที่เขาใช้บ่อยคือหลังสาม

3-1-4-2,3-4-2-1 ทั้งหน้าเป้าและหน้าคู่ ขยับแบ๊กสองข้างเป็นวิงแบ๊กซะ�ถ้าดูผลงานพบว่าระบบหลังสาม ทำแต้มให้ไลป์ซิกได้มากกว่า

เพราะเขาใช้ระบบนี้ถึง 13 นัด ชนะ 10 เสมอ 1 แพ้ 2 ส่วนระบบหลังสี่ใช้แค่ 8 นัด นอกนั้นมี 4-3-3 หนึ่งเกม

ขณะที่พอเจอลิเวอร์พูล นาเกลส์มานน์ มั่นใจกับระบบ 3-1-4-2 อูปาเมกาโน คุมหลัง ทางขวาคือ มูกิเล ซ้ายเป็น คลอสเตอร์มานน์

วิงแบ๊กขวาใช้ ไทเลอร์ อดัมส์ ต้นซีซั่นเขาเล่นกลางรับตำแหน่งถนัด วิงแบ๊กซ้าย ขาประจำ อันเคลินโญ เด็กเรือใบ ที่ขายขาดแล้ว

ส่วนนายด่านสุดท้ายเด็กเก่าหงส์แดงที่ไม่เคยเล่นตัวจริง SAGAME66 ตัวเก๋าคุมเกมรับหน้าแผงหลัง ส่วนซาบิตเซอร์ ทีมชาติออสเตรีย, ไฮดารา ยืนกลางคู่กัน สนับสนุน หน้าคู่

เอ็นคุนคู กับ ดานี โอลโม ตัวรุกที่ติดทีมชาติชุดใหญ่สเปนไปแล้ว เกมนี้ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, โซบอสไล เจ็บ และ ยูซูฟ โพลเซน สำรอง

ส่วนลิเวอร์พูลก็เห็นๆกันอยู่ครับ….คาบัค ลงเล่นนัดสองต่อเนื่องกับ เฮนโด แดนกลางส่ง ติอาโก ตัวจริง นอกนั้นก็ชุดเดิมที่แพ้เลสเตอร์ 12 นาทีสุดท้ายของเกม….

ห้านาทีแรกหงส์แดงเกือบโดนซะแล้ว จังหวะที่ อันเคลินโญ เปิดเข้าหัว โอลโม ดีว่าเสาช่วยเอาไว้ได้ไม่งั้นต่อให้เลย…เกมหลังจากนั้นสลับกันเพรสแดนบน

ทั้งสองฝั่งถือว่าแก้เพรสได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่…แต่พอเกมผ่าน 15 นาทีลิเวอร์พูลโจมตีได้ดี การวางบอลยาวจากหลังไปหน้า…ตัดตอนแดนกลาง ได้ลุ้นประตูสองสามครั้ง เทร้นต์, ติอาโก แต่ข้างหน้าลิเวอร์พูล ดูจะเร่งจังหวะไปหมด

ติดตามข่าวสารได้ที่ sirreyeh.org