ซาลาห์ ปีกตัวเก๋าของลิเวอร์พูลต้องพบกับแรงกดดันอย่างมากในแมตช์เยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหรือ”แดงเดือด” ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด UFABET369 ถ่ายทอดสด แมตช์นี้มีความสำคัญมากนอกจากในเรื่องของศักดิ์ศรีแล้ว หาก “หงส์แดง” ได้คะแนนออกมา พวกเขาจะแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นเป็นจ่าฝูงรั้งไม่อยู่

แน่นอนว่าแมตช์นี้ “ปีศาจแดง” เตรียมที่จะแก้แค้นคู่อริตลอดกาลหลังแพ้ยับมาแล้วในเกมแรกที่แอนฟิลด์ 3 – 1  แถมหากเอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้ ก็จะดับฝันโอกาสในการลุ้นแชมป์ของ “หงส์แดง” และนี่คือ สิ่งที่สาวกผีต้องการ เพราะเหลืออีก 12 เกมในลีก และทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ตามหลัง “เรือใบสีฟ้า” เพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียเท่านั้น ฉะนั้นในแมตช์ตกค้างนี้ ย่อมเป็นโอกาสทองของ ลิเวอร์พูล ในการที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาอยู่ในมือพวกเขาอีกครั้ง

ซาลาห์ ยิงไปแล้ว 17 ประตู นำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ หัวหอกแมนฯ ซิตี้ เปิดใจให้สัมพันธ์กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ตำนาน “หงส์แดง” เกี่ยวกับสถานการณ์ของทีมในการลุ้นแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ “คุณย่อมรู้สึกกดดัน เพราะคุณยังเป็นมนุษย์ สำหรับผมมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าผมชนะเกมนี้หรือเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน”

“ผมอยากชนะทุกเกม แต่สำหรับผม ๆ เคยพูดไปแล้วว่าเราเล่นในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นแรงกดดันย่อมต้องมี แม้แต่ แมนฯ ซิตี้ยังเจอแรงกดดันด้วยเช่นกัน ผมเคยพูดเมื่อเดือนพฤศจิกายนไปแล้วเรื่องแรงกดดัน และมันก็ยังคงอยู่ยาวไปถึงจบฤดูกาล เพราะเมื่อคุณเล่นเกมพรีเมียร์ลีก คุณต้องยอมรับในเรื่องแรงกดดัน”

“เมื่อคุณกลับบ้านมันก็ยังติดตัวคุณไปด้วย แต่มันช่วยให้คุณทำงานหนักยิ่งขึ้น และมีสมาธิกับเกม การสนุกกับมันยังไม่เพียงพอ จากมุมมองของผม สุดท้ายแล้วคุณต้องตั้งเป้าหมายในใจของคุณ คุณต้องมีความฝัน คุณต้องการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ผมเคยพูดไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อนตอนที่ผมย้ายมาที่นี่ ก็คือ ผมฝันได้แชมป์พรีเมียร์ลีก”

    ขณะเดียวกับสตาร์ทีมชาติอียิปต์ยอมรับว่ารู้สึกถึงแรงกดดันมากยิ่งขึ้นจากการที่สาวก “เดอะ ค็อป” มีความคาดหวังสูงในการได้แชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 29 ปี

“แน่นอนว่ามีแรงกดดันมหาศาล เพราะคุณก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง คุณรู้สึกแบบนั้น และคุณอยากได้แชมป์พรีเมียร์ลีก นี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับสโมสร, เมือง, แฟนบอลทุกหนทุกแห่ง”

“แต่ตอนนี้มันยิ่งกว่านั้นเพราะคุณใกล้อยู่ในช่วงปลายฤดูกาล ดังนั้นแรงกดดันยิ่งมากขึ้น แต่สุดท้ายแล้วในแมตช์ต่อไป การคว้า 3 คะแนนมีความสำคัญมากๆ ก็เหมือนกับเกมแรกของฤดูกาล สำหรับตอนนี้หากคุณเป็นจ่าฝูง หรืออันดับ 2 และมีเกมอยู่ในมือ 1 เกม คุณต้องนิ่ง และคิดแต่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น”

“เดอะ เร้ดส์” แข่งน้อยกว่า แมนฯ ซิตี้ โดยแมตช์เยือน “แมยูฯ” เป็นเกมที่มีความหมายมากๆ จากนั้นพวกเขาต้องดวล เอฟเวอร์ตัน ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ หลังจากนั้นก็ปะทะ วัดฟอร์ด โดย ซาลาห์ ยอมรับว่า แมนฯ ยูฯ ภายใต้การกุมบังเหีนของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา น่ากลัวกว่าในเกมแรกที่โดน “หงส์แดง” อัดนิ่มๆ

“ตอนนี้พวกเขาแตกต่างจากเดิมเพราะพวกเขาชนะมาแล้ว 11 เกม พวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ สมัยมูรินโญ่ มันแตกต่างกัน แต่เขาเป็นผู้จัดการทีมที่ฉลาดมากๆ หนึ่งในคนที่เก่งที่สุดในโลกซึ่งทุกๆ คนรู้เรื่องนั้นดี ตั้งแต่เด็กๆ ผมรู้ว่านี่เป็นหนึ่งในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”

    “ผมรู้ว่า เทรนท์ (อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์) เป็นคนเดียวที่มาจากเมืองลิเวอร์พูลแต่เราทุกคนรู้ถึงแรงปรารถนาและมุ่งมั่นเมื่อคุณลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ปะทะ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งนี่เป็นเกมที่สำคัญมากๆ สำหรับเขา นี่เป็นสัปดาห์ที่สำคัญมากๆ สำหรับเรา และถ้าเราชนะทั้ง 3 เกม พร้อมกับยึดจ่าฝูง นั่นเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับเรา”

“เมื่อคุณต้องลงเล่น 3 เกมใน 1 สัปดาห์หรือ 10 วัน คุณต้องชนะ, ชนะแล้วก็ชนะ หลังจากนั้นคุณถึงค่อยมีเวลาคิดเรื่องอื่น เมื่อเรายังไม่ได้อยู่เป็นจ่าฝูงลีก ผมรู้ว่า แมนยู ต้องการเอาชนะในการสู้กับ ลิเวอร์พูล มากแค่ไหน และเอฟเวอร์ตัน ก็เช่นกัน สำหรับผมนี่ไม่ใช่ปัญหาสำคัญ เราก็แค่ต้องทำในสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา”

สตาร์ลิเวอร์พูล

แม้ว่าตอนนี้ยังนำเป็นดาวซัลโวร่วมก็ตาม แต่ผลงานของเขา ไม่ได้ร้อนแรงเหมือนกับซีซั่นที่ผ่านมา โดยฤดูกาลนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ มักจะจับนักเตะทดลองเล่นตำแหน่งหน้าเป้าในบางเกม  

“ฤดูกาลนี้มันลำบากสำหรับผมมากกว่าซีซั่นที่ผ่านมา แต่ผมคิดว่ามีหลายคนเข้าใจผิดเพราะพวกเขาตัดสินคุณจากแนวทางเดียว”

“ผมไม่ชอบอะไรแบบนั้นมากนัก แต่ผมไม่แคร์หรอกสุดท้ายแล้วเราผมพยายามที่จะช่วยทีมเก็บชัยชนะให้ได้ และผมก็ยังคงนำเป็นดาวซัลโวในพรีเมียร์ลีก แนวทางของผม, การเล่นของผมแน่นอนว่าผมไม่ใช่พวกที่เอาแต่ครองบอล ตอนที่ผมต้องเล่นกองหน้าสถานการณ์ของผมแตกต่างจากนักเตะคนอื่นๆ อย่าง แฮร์รี่ เคน เขามีสไตล์ที่แตกต่าง ตอนที่ผมต้องเล่นหน้าเป้า ผมต้องลงมาล้วงลูกลึก และเลี้ยงบอลขึ้น ผมยังคงเป็นผู้เล่นตำแหน่งปีก” ซาลาห์ กล่าวปิดท้าย